การพัฒนาเครือข่ายไร้สาย 1 – 4G เป็นอย่างไร

female-850599_640

           เครือข่ายไร้สายของโลกเราได้ถูกพัฒนามากขึ้นและรวดเร็ว  ยังมีการพัฒนาให้ใช้งานได้หลากลายมากขึ้นอีกด้วยทั้งความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม  ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์  มือถือ  เครือข่ายระบบดาวเทียมที่สามารถสื่อสารกันได้สะดวกและง่าย  เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์  แต่เดิมระบบสื่อสารที่เราใช้งานสมัยก่อนใช้รับส่งในรูปแบบของคลื่นวิทยุ  อย่างวิทยุที่เราได้รับกันฟังข่าวสารต่างๆ  ซึ่งวิทยุเหล่านี้เดิมที่สามารถส่งไปในทิศทางเดียวเท่านั้นไม่สามารถรับส่งได้พร้อมกัน  หากต้องมีการส่งสัญญาณกลับไปก็ต้องมีเครื่องส่งอีกเครื่องในการส่ง
                  ต่อมามีการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารที่เล็กลงมาหน่อยก็คือโทรศัพท์มือถือ  ซึ่งสามารถสื่อสารได้รับส่งพร้อมกันจึงทำให้มีความรวดเร็วในการสื่อสารและสะดวกกว่าเดิมมากถือได้ว่าเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของการสื่อสาร  แต่เดิมนั้นขนาดของมือถือใหญ่กว่าปัจจุบันมากแต่ในขณะนั้นถือได้ว่ามีขนาดเล็กกว่าอุปกรณ์สื่อสารชนิดอื่นอยู่มาก  จึงทำให้ระยะการสื่อสารระหว่างชุมสายได้ไม่ไกลต้องใช้พลังงานมากในการสื่อสาร  การที่จะสื่อสารนั้นต้องมีเสาส่งสัญญาณในการส่งที่จำกัดในแต่ระพื้นที่ในระยะใดระยะหนึ่ง  พื้นที่หนึ่งเรียกว่าเซลล์และติดกับอีกเซลล์หรือพื้นที่หนึ่งโดยเซลล์ที่ติดกันจะมีความถี่ต่างกัน  ขณะที่เรากำลังใช้งานหากเคลื่อนที่ไปจะมีการเปลี่ยนเซลล์แต่เราจะไม่ได้รับความรู้สึกว่าเราได้เปลี่ยนพื้นที่ในการส่งสัญญาณเลย  การแบ่งเซลล์ที่ว่านั้นเราจึงเรียกว่าระบบ  “เซลล์ลูล่า”  แต่ยังมีการสื่อสารในรูปของเสียงได้เท่านั้น
การพัฒนาจึงเกิดขึ้นในแต่ละยุคของมือถือจึงมีการพัฒนาให้สื่อสารได้มากกว่าเสียงให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลอย่างอื่นได้เช่น  ภาพ  วิดีโอ  การเล่นอินเตอร์เน็ตการพัฒนาในแต่ละยุคเราเรียกว่ายุคหรือว่า G  โดยที่จะกล่าวถึงใน 1 – 4 G ดังนี้

                    1 G  การสื่อสารในยุคที่หนึ่งเป็นการสื่อสารในรูปแบบของเสียงเพียงอย่างเดียวในคลื่นความถี่ 800 – 900 MHz  ในยุคนี้มีการพัฒนาของเซลล์ในการส่งสัญญาณที่ดีขึ้นโดยเราไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนสัญญาณได้เลย  แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของคุณภาพสัญญาณเสียงไม่ชัดเจน  ความปลอดภัยต่อระบบน้อยมีการลักลอบในใช้งานบ่อย  ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการส่งสัญญาณความถี่ในแรงด้วย  โทรศัพท์ในยุคนี้จึงต้องอาศัยการเครื่องส่งที่มีขนาดใหญ่มือถือจึงใหญ่เรามักเรียกกันว่ารุ่นกระติดน้ำเพราะว่าต้องได้หิ้วมากกว่าการถือ
                 2 G เป็นการเปลี่ยนสัญญาณจากอนาล็อกจากยุค 1G มาเป็นสัญญาณดิจิตอล  จึงมีการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วมากกว่าเดิมแต่ไม่เร็วพอที่จะนำมาใช้เชื่อต่ออินเตอร์เน็ต  แต่สามารถส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรรูปภาพและอื่นๆได้  สัญญาณเสียงที่ได้มีความชัดเจนมากกว่าเดิมมีการแบ่งระบบสัญญาณของเป็นช่องที่เรียกว่า  GSM และการแบ่งเป็นรหัสที่เรียกว่าระบบ CDMA   ในยุคนี้สามารถรับส่งข้อมูลได้ 10 – 30 กิโลบิตต่อวินาที
                  2.5 G ในยุค 2 G ยังมีการพัฒนาขึ้นอีกขั้น เป็น 2.5 G  ซึ่งในยุคนี้ไม่มีระบบอนาล็อกใช้แล้วการพัฒนานี้คือระบบ GSM  สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ด้วยความเร็ว  115 กิโลบิตต่อวินาที แต่ใช้จริงได้ 40 กิโลบิตต่อวินาที ระบบที่ได้พัฒนาขึ้นเรียกว่า GPRS  ยังมีการพัฒนาต่ออีกเป็น  EDGE  มีความเร็วที่สูงขึ้นเป็น  384  กิโลบิตต่อวินาทีที่พัฒนาบนพื้นฐานของระบบ GMS
               3 G  เป็นยุคที่มีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล  2 เมกะบิตต่อวินาที  แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องอุปกรณ์ที่เปลี่ยนจาก 2 G เป็น 3G  ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนเป็น 3G และสามารถรองรับการทำงาน 3G ได้ในราคาที่ถูก  3G เป็นการพัฒนาบนพื้นฐานของ  CDMA  ได้ทำการประยุกต์ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้นเรียกว่า  UMTS/WCDMA  แต่ความเร็วจะลดต่ำลงเมื่อมีการเคลื่อนที่ไปความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะลดลงเป็น 144 – 384 กิโลบิตต่อวินาทีเท่านั้น  และอัตราความเร็วขึ้นอยู่กับแพตเก็ตที่เราใช้บริการที่มีราคาแตกต่างกันไป
                4 G  เป็นเทคโนโลยีใหม่ในบ้านเราและต้องการอุปกรณ์ที่รองรับ 4G ด้วยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า LMDS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*