ประวัติและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์

              สำหรับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานสำหรับความเป็นมานั้นไม่ได้ง่าย  หากจะย้อนไปก็คงสมัยตั้งแต่การนับเลข  อาจจะเป็นการคำนวณด้วยมือของเราเองหรือว่าใช้เครื่องมือมาเสริม  อย่างเช่นนำหินหรือว่าเศษไม้  กิ่งไม้ ต่างๆ  มาช่วยในการคำนวณ  แต่เมื่อนวณไปไม่สามารถที่จะคำนวณตัวเลขที่จำนวนมากหรือว่าซับซ้อนมากไปได้  มนุษย์จึงทำการคิดค้นตัวอักษรขึ้นมาให้สามารถที่จะขีดเขียนตัวเลขแทนการนับจำนวน  โดยใช้สีหรือว่าการขีดที่ดินก็แล้วแต่  แต่ว่าการคำนวณทางคณิตศาสตร์นั้นมีความละเอียดเพิ่มมากขึ้น  หากต้องการพลลัพธ์ที่ถูกต้องและรวดเร็วนั้นไม่สามารถที่จะทำได้หากทำสำเร็จต้องใช้เวลานานมาก  จึงมีอุปกรณ์ที่ถือกำเนิดขึ้นมานั้นคือลูกคิดที่สามารถคำนวณตัวเลขได้อย่างรวดเร็ว  ที่ได้ถือกำเนิดมาที่ประเทศจีน  และปัจจุบันก็ยังใช้งานอยู่ถึงแม้จะผ่านมานานก็ตาม แค่เครื่องมือนั้นไม่สามารถที่จะคำนวรได้อัตโนมัติ


ต่อมา 
Blaise Pascal  ได้คิดค้นประดิษฐ์ กับ Gottfried Von Leibnitz  เป็นการทำงานกลไกลเดียวกับการทำงานของนาฬิกา ที่ใช้คำนวณด้านระยะทาง  แต่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือที่เพียงพอจึงไม่สามารถที่จะนำมาใช้งาน
ในปี ค.ศ. 1833 ก็มีการคิดค้นออกแบบเครื่องคำนวณด้วยไอน้ำ  โดย 
Charles Babbage ได้รับเงินทุนทางรัฐบาลประเทศอังกฤษเพื่อคิดค้นเครื่องมือนี้โดยใช้แรงไอน้ำมีชื่อเรียกว่า Difference Engine  แรงดันจากไอน้ำจะเข้าบัตรเจาะรู  แล้วควณตามคำสั่งที่ได้ตั้งไว้  แต่ยังมีข้อผิดพลาดอีกมากมายจนเขาไม่อยากที่จะพัฒนาต่อแต่จนถึงเสียชีวิต  ก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้แต่ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกของการพัฒนาเครื่องคำนวณอัตโนมัติ

history_computer_008


แต่ทางอีกฝั่ง  ชาวผรั่งเศสชื่อ  
Joseph Jacquard  ได้คิดค้นเครื่องทอผ้ากิ่งไฟฟ้าสำหรับประมวลผลในการทอผ้าแบบอัตโนมัติ  Dr. Herman Hollerith  ของนักสถิติได้ทำการสำรวจประชากรของประเทศสหรัฐอเมริกา  จึงได้คิดค้นการประมวลผลแบบสำมะโนประชากรขึ้นมา  โดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกข้อมูล  เรียงลำดับและทำการจำแนกข้อมูลทำให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานจึงทำให้การสำรวจนั้นเสร็จภายใน 3 ปี  ซึ่งถือได้ว่ารวดเร็วมาก เป็นที่มีของเครื่องสำรวจประชากรแบบบัตรเจาะรูเป็นครั้งแรก
ทาง 
IBM ได้ทำการพัฒนาเครื่องบัตรเจาะรูให้มีความสามารถและมีจุดพกพร่องให้น้อยลง  ได้พัฒนาด้านกลไกลทางไฟฟ้าจึงมีการใช้งานอย่างแพร่หลายไปทั้งหน่ายงานรัฐ  เอกชน  และทำให้บัตรเจาะรูเปลี่ยนมาเป็นโลหะเกิดการกระตุ้นทางไฟฟ้าที่รูบัตร  ซึงสามารถที่จะควบคุมกลไกลจากโปแกรมซึ่งเป็นเริ่มต้นของการใช้โปแกรมในการสั่งการแต่ว่าเครื่องเหล่านี้ยังมีขนาดใหญ่มาก  จนได้มีการพัฒนาให้หลอดทรายซิลเตอร์เป็นอิเล็คโทรนิกส์ในระยะเวลาต่อมานั้นเอง
ในปี 1925 
Vannevar  Bush ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เชิงอนุมานกึ่งไกกึ่งไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่มาก
ในปี 1941 
Konrad Zuse ได้สร้างคอมพิวเตอร์กึ่งไฟฟ้า Z3 โดยใช้รีเลย์แทนในการคำนวณ
ในปี 1944 ทาง 
IBM เองได้ทำการสนับสนุน  Harvard Aiken  พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ดิจิทัลโดยอาศัยหลักการของรีเลย์และเครื่องบัตรเจาะรูไฟฟ้ามาแทน
ในปี 1942 
John Atanasoff  ได้ใช้หลอดสูญญากาศแทนการใช้รีเลย์  มีชื่อเรียกเครื่องนี้ว่า ABC (Atanasoff-Berry Computer)

ทีมารูป : gotoknow.org

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*