ภาษาคอมพิวเตอร์ (programming Languages)

              ภาษาคอมพิวเตอร์  นั้นสามารถที่หากใครที่เขียนโปแกรมจำเป็นต้องรู้เพราะว่าการที่จะให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลตามคำสั่งจำเป็นที่จะต้องเขียนภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถที่จะเข้าใจและนำไปประมวลผลได้หากก็เปรียบได้กับการให้ภาษาสื่อสารระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์มีกฎเกณฑ์และรูปแบบแตกต่างกัน  ดังนั้นหากเราเข้าใจถึงภาษาคอมพิวเตอร์แล้วก็สามารถที่จะเขียนโปแกรมนั้นได้  โดยทั่วไปภาษาสามารถที่จะแบ่งได้ 5 ภาษาแล้วในปัจจุบัน  ซึ่งมีความสามารถมากขึ้นและมีคุณสมบัติที่ใช้งานได้หลากหลาย
1.ภาษาเครื่อง 
(Machine Languages) เป็นภาษายุคแรกเลยก็ว่าได้  เพราะว่าเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการประมวลผลข้อมูลโดยใช้เลขฐานสอง  ประกอบไปด้วยเลข 0 และ 1 เท่านั้น  การที่จะเขียนได้นั้นต้องใช้เวลานานมากและต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้นจึงจะสามารถเขียนได้  การเขียนมีความยากและต้องใช้เป็นตัวเลขเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้นในการเขียน  จึงทำให้ใช้เวลามากและโปแกรมมีความผิดพลาดและความสามารถในการทำงานไม่ค่อยมากเท่าที่ควร  แต่ใช้ในการประมวลผลที่เร็วมาก

2557-03-1009_37_16


2. ภาษาแอสเซมบลี 
(Assembly Languages) เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นแค่ก็มีความสามารถใกล้เคียงกับภาษาเครื่อง  แต่สามารถที่จะลดความยากในการเขียนได้มากเพราะว่าจะใช้สัญลักษณ์ในการเขียนคำสั่งแทนตัวเลข  และจำเป็นต้องใช้โปแกรมในการแปลภาษาเพื่อใช้ในการติดต่อกับเครื่องที่เรียกว่า  แอสเซมเบลอร์ (Assembler)  ลักษระโดยทั่วไปจะเป็นการใช้อักษรย่อในการเขียนจึงง่ายต่อการจดจำมากกว่าใช้ตัวเลขแบบดั้งเดิม  แต่ยังมีความสามารถที่จำกัดเพราะว่าต้องเข้าใจหลักของภาษาเครื่องด้วย  จึงได้มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น  อย่างเช่น  คำสั่งมาโคร  เป็นการใช้คำสั่งเพื่อลดการใช้งานของภาษาแอสแซบบี้แบบซ้ำๆ  ทำให้ลดการเขียนมากขึ้น  ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการใช้สับรูทีนเป็นการกำหนดเริ่มต้นของโปแกรม  โดยเรียกใช้ตามคำสั่งมาโคร
3. ภาษาระดับสูง 
(High-Level Language) เป็นภาษาที่อยู่ในระดับสูงขึ้นมีความใกล้เดียงกับภาษาที่เราใช้งานอยู่  แต่ต้องมีการแปลภาษาเช่นกันคือ  คอมไฟเลอร์  และ  อินเตอร์พรีเตอร์  เป็นการพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น  สามารถที่จะเข้าใจง่ายและรวดเร็วในการเขียน  มีความเป็นอิสระ สามารถที่จะนำไปประยุกต์ในการใช้งานด้านต่างๆได้ดี หรือนำไปเขียนโปแกรมที่มีความเพราะ  อย่างเช่นการแพทย์  วิศวกรรม หรือว่าทางด้านธุรกิจ และยังช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานได้ดีและยังช่วยให้เปิกข้อผิดพลาดต่างๆลดน้อยลงไปได้มาก  ตัวอย่างภาษาระดับสูงได้แต่ COBOL, FORTRAN, PASCAL, เป็นต้น
4. ภาษายุคที่ 4 
(Fourth-Generation Languages) เป็นภาษาในยุคที่ 4 มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น  ซึ่งมีความใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษทากใช้งานที่ง่าย  แต่อาจจะต้องเขียนที่ยาวมากเพราะว่าไม่มีการกำหนดขั้นตอนการทำงาน  จึงจำเป็นที่จะต้องเขียนในยาวเพื่อกำหนดให้ได้ผลลัพธ์  ตามที่ต้องการมากกขึ้น  โปแกรมที่สำหรับใช้แปลภาษามีความซับซ้อนในการทำงานมากกว่าเดิม  ซึ่งภาษานี้มักเป็นการให้โปแกรมเพื่อโต้ตอบมากกว่า  เพราะว่ามีความใกล้เคียงภาษามนุษย์ที่เราใช้อยู่
5.ภาษาเชิงวัตถุ 
(Object-Oriented Languages) หรือเรียกสั่นๆ ว่า OOP ที่มองทุกอย่างเป็นวัตถุ  จะปรกอบด้วยข้อมูลและวิธีการ  ความสามารถในด้านการถ่ายถอดวัตถุ  ภาษาชนิดนี้นั้นสามารถที่จะใช้พัฒนาระบบที่ทำงานซับซ้อนได้ดีมาก  และกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน  อย่างเช่น JAVA , C++ เป็นต้น

java_tech

           ดังนั้นแล้วหากจะใช้ภาษาอะไรในการเขียนต้องคำนึงถึงความสามารถและความเข้าใจในภาษานั้นๆ เพื่อที่จะทำให้โปแกรมน้นเกิดความสมบูรณืทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และยังลดขั้นตอนในการเขียนได้ด้วย

ภาษาคอมพิวเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*