CPU (ซีพียู) คืออะไร

            สำหรับส่วนประกอบที่มีความสำคัญมากและเราต้องนึกเป็นอันดับแรกว่าจะซื้อเครื่องคอมสเป๊กอะไร  ความเร็วเท่าไหร่นั้น  CPU ส่วนมากมักเป็นอันดับแรก  CPU : Central  Processing Unit  เป็นอุปกรณ์ที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพจึงการทำงานด้านการประมวลผล  และใช้สัญาณนาฬิกาเป็นค่าความเร็วในการประมวลผล  ยิงมีความเร็วสูงมากเท่าไหร่ยิงมีความเร็วในการประมวลมากขึ้นเท่านั้น  GHz คือหน่วยความเร็วในการประมวลผล  ซึ่งนอกจากนั้นมี 2 ยี่ห้อที่ผลิต CPU ที่เราใช้งานในปัจจุบัน  ซึ่งทั้งสองได้มีเทคโนโลยีต่างๆ  ที่ใช้ในการผลิตแข่งขันในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและราคา

                ภายในซีพียู  มีสาร  ซิลิกอน  เป็นสารกึ่งตัวนำที่ใช้ในการผลิตโดยจะมีทรานซิสเตอร์  หลายล้านตัวประกอบอยู่ในนั้นเพื่อใช้ในการประมวลผล  นอกจากความเร็วของสัญญาณนาฬิกาแล้วยังมีองค์ประกอบอื่นๆ  ที่เป็นเทคโนโลยีในการเพิ่มความเร็ว อย่างเช่น
Cache เป็นหน่วยความจำชั่วคราวสำหรับ CPU ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่มาพร้อมกับ CPU นั้นเองโดนทั่วไปจะเป็นการเก็บคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ  จึงทำให้ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น  โดยไม่ต้องเรียกจากแรมซ้ำๆ  ซึ่งหน่วยความจำมีถึง 3 ระดับด้วยกันแล้วแต่ CPU ที่ทางผู้ผลิตได้กำหนดมา  โดยมีดังนี้
– 
L1 เป็นหน่วยความจำขนาดเล็กที่สุด  และอยู่ใกล้ ซีพีอยู่มากที่สุด  สามารถที่จะเก็บแครชได้ไม่มากจะอยู่ 32 -64 KB เท่านั้น
– 
L2 มีขนาดกลางใหญ่กว่า L1 เป็นหน่วยความจำที่ดึงมากจากแรมโดยตรงมีขนาด 512 KB ไปจนถึง 4 MB
– L3 มีขนาดที่ใหญ่สุดและมีความจุมากที่สุด เป็นหน่วยความจำที่อยู่ระหว่าง L2 และแรม
หากหน่วยความจำ 
Cache นั้นมีจำนวนความจุที่มาก  ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ  ซีพียูมากขึ้นตามไปด้วย

                BUS ของ CPU ความเร็วของ  บัสมีความสำคัญการประมวลผล  ระบบบัสได้มีการพัฒนามาต่อเนื่องของแต่ละค่าย  เป็นช่องทางการเชื่อมต่อของหน่วยประมวลผล  ยิ่งมีความเร็วมากก็ยิ่งทำให้ซีพียูนั้นมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลด้วยเช่นกัน

                Cores เป็นแกนกลายสำหรับการประมวลผลของ  ซีพียู  ยิ่งมีมากอยู่จะทำให้การประมวลที่ดีขึ้นและเร็ว  หาก Cores เกิดทำงานผิดพล่ดหรือว่าค้างก็จะเหลือ Cores อื่นๆ  ทำงานต่อได้อยู่ โดยรุ่นเก่าๆ  จะมีเพียง 1 Cores แต่ปัจจุบันนั้นสามารถมีหลาย Cores
Thread เป็นหน่วยการทำงานย่อย  โดยจะทำงานในโปแกรมอย่างง่าย  สามารถที่จะทำงานได้แยกกันเป็นอิสระ  โดยแต่ละตัวสามารถที่จะทำงานที่แตกต่างกันได้  เพระฉะนั้นยิ่งมีมากก็จะทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วย
นอกจากนั้นยังมีองค์ประกอบของเทคโนโลยีของแต่ละค่ายที่ได้พัฒนาขีดความสามารถที่มากขึ้น  หรือสามารถที่จะรองรับการใช้งานแบบ 
 3D หรือในเชิงของด้านกราฟฟิก  ซึ่งมีผลทำงานในด้านต่างๆ  มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นไปด้วย

 

 intel-core-i5-processor

CPU  ของ Intel

 

amd_x2_oem

CPU  ของ AMD

                สถาปัตยกรรม CPU เป็นการผลิตซีพียูโดยการใช้คำสั่งเข้ามาเกี่ยวข้องในการประมวลผลของซีพียู  ซึ่งจะมีผลทำให้ซีพียูมีความสามารถที่แตกต่างกันและยังมีขนาดที่แตกต่างกัน  ซึ่งเมื่อก่อนนั้นความเร็วของซีพียูมีน้อยจึงมีการแยกสถาปัตยกรรมเพื่อความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งมี 2 แบบดังนี้

                แบบ CISC การผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบนี้จะมีความสามารถในด้านการประมวลผลที่รวดเร็วในเพราะที่มีคำสั่งภายในตัวซีพีอยู่  เนื่องจากว่าจะประกอบชุดคำสั่งบางคำสั่งเข้าไปในตัวซีพีอยู่ซึ่งเป็นคำสั่งที่เราใช้งานกันบ่อย จึงทำให้การประมวลผลที่มีชุดคำสั่งเหล่านี้สามารถที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็วมาก  ยิ่งเป็นคำสั่งที่ซับซ้อนก็จะทำให้มีความรวดเร็วขึ้น  ซีพียูเหล่านี้จึงมีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งและหากจะทำการทดสอบประสิทธิภาพจะได้รับผลที่แกต่างอย่างเช่น  ซีพียู  ที่เราใช้ปัจจุบันมีการแบ่งการใช้งานได้หลากหลายแบบอย่างเช่นการเพิ่มรูปแบบการใช้สามารถรองรับการทำงานชนิดใดชนิดหนึ่งได้ดีมากขึ้น  แต่ก็มีข้อเสียเพราะว่าจะเป็นซีพียูที่มีขนาดใหญ่และใช้พลังงานไฟฟ้ามากมีความร้อนที่สูงมีราคาที่สูง
แบบ 
RISC แบบนี้จะมีชุดคำสั่งที่น้อยมากส่วนมากจะเป็นคำสั่งที่เป็นพื้นฐานไม่มาก  จึงทำให้การทำงานส่วนใหญ่จะต้องอาศัยระบบปฏิบัติการเข้ามาช่วยแทน  จึงทำให้บางการทำงานช้ามาก  ในทางตรงกันข้ามหากทางด้านกราฟิกจะทำงานค่อนข้างเร็ว  และคำสั่งบางคำมีการประมวลช้ากว่า CISC แต่ในปัจจุบัน  สถาปัตยกรรม RISC นี้ไม่มิยมการใช้งานเพราะว่าความสามารถโดยรวมและความต้องการด้านตลาดมีน้อย  แต่ด้วยมีชุดคำสั่งที่น้อยจึงทำงานได้อย่างอิสระใช้ไฟน้อยมีขนาดเล็กกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*