ไวรัสคืออะไร มีความเป็นมาและวิธีป้องกันอย่างไร

malware-297722_640

ไวรัสที่ว่านี้ไม่ใช่ไวรัสที่เข้าสู่ร่างกายคนแต่เป็นไวรัสคอมพิวเตอร์  ที่กำลังแพร่กระจายไปในระบบคอมพิวเตอร์ทุกหนทุกแห่งในปัจจุบัน  เป็นปัญหาที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เอง  มีระดับความร้ายแรงที่แตกต่างกันตั้งแต่การก่อกวนไปจนถึงทำลายไฟล์ข้อมูลต่างๆจนทำให้เสียหายไป  ดังนั้นผู้ผลิตหรือผู้พัฒนาได้คิดค้นโปแกรมที่จะกำจัดหรือว่าทำลายเหมือนกับยาฆ่าเชื้อโรคขึ้นมา  คอมพิวเตอร์จึงอาศัยโปแกรมเหล่านี้ในการป้องกันไวรัสเข้ามาก่อกวนคอมพิวเตอร์  ไวรัสมีหลายสายพันธุ์มากขึ้นและมีการติดต่อจากสื่อบรรทุกข้อมูล  เครือข่าย และจากที่อื่นได้โดยง่าย สร้างความเสียให้กับระดับบุคคลไปจนถึงละดับประเทศได้

ไวรัสคืออะไร
ไวรัสที่ว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นโปรแกรมที่คนเขียนขึ้นมาเองมีวัตถุประสงค์ให้โปรแกรมนั้นทำงานก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์จนทำให้เกดความเสียหายในระบบคอมพิวเตอร์ได้  ซึ่งความรุนแรงมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  ชนิดของคนที่เขียนขึ้นมา
ลักษณะโดยทั่วไปของไวรัส  ทำงานอยู่หลายรูปแบบ  โดยเอาไวรัสที่เป็นสิ่งมีชีวิตมาเรียบแบบการทำงานของโปแกรมนี้  มีการกระจายด้วยตัวของมันเอง  กัดกินทำลายไฟล์  การก่อกวนทุกรูปแบบ  ที่พบมากคือสร้างไฟล์อื่นที่เราไม่ได้สร้าง  ทำลายไฟล์ชนิดต่างๆ  เข้าเว็บไม่ได้  ซึ่งไวรัสในปัจจุบันมีเป็นแสนชนิดเลยทีเดียว  และยังมีชนิดที่เกิดขึ้นได้ทุกๆวัน

ประวัติความเป็นของไวรัสคอมพิวเตอร์
ประวัติความเป็นมีอยู่หลายรูปแบบซึ่งในข้อมูลที่แตกต่างกัน  ในตำราเองก็เขียนไว้แตกต่างกันเอาเป็นว่าตามความเข้าใจคือเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1980  มีโปแกรมชนิดหนึ่งที่เขียนจากชาวปากีสถาน  โปแกรมชนิดนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกปละมีการใช้งานทั่วไป  โดยใช้ชื่อว่า Brain  ในที่สุดโปแกรมชนิดนี้กลายมาเป็นต้นแบบของโปรแกรมไวรัสที่ต้องการกระจายไปทั่ว  แต่ได้สร้างการก่อกวนขึ้นมา

ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์
ประเภทในปัจจบันนั้นมีเยอะมาและมีตำราที่ให้ข้อมูลไว้แตกต่างกัน  ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจในแต่ละคนจึงแยกประเภทที่ไม่เหมือนกัน  จึงขอยกตัวอย่างประเภทที่แบ่งๆกันมาดังนี้
– ไวรัสบูตแซกเตอร์  เป็นไวรัสที่แอบซ่อนอยู่ในบูตแซกเตอร์และเมื่อเราเปิดเครื่องระบบทำงานขึ้นมา  ไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปยังหน่วยความจำของเครื่องทันที  และสามารถแพร่กระจายไปยังเครือข่ายอื่นๆ ได้
– ไวรัสพาร์ทิซั่น  เป็นไวรัสที่ทำลายพาร์ทิซั่นของฮาร์ดดิสก์  ทำให้ฮาร์ดดิสก์และข้อมูลเสียหายได้
– ไวรัสติดแฝงกับข้อมูลและโปแกรม  ไวรัสประเภทนี้มักจะติดที่ข้อมูลและโปแกรมที่เราได้ทำการสำเนามาจากที่อื่น  และแพร่กระไปยังโปแกรมและไฟล์อื่นได้
– ไวรัสมาโคร  เป็นไวรัสที่มักติดอยู่กับไฟล์  Word  Excel  จะติดและย้ายโนไฟล์เหล่านี้จะสร้างความเสียหายและทำให้ไฟล์นั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
– ม้าโทรจัน  ตามจริงแล้วเป็นชื่อของม้าชนิดหนึ่ง  มาตั้งประเภทโปแกรมไวรัส  สร้างเพื่อล้วงข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์  มักจะแพร่กระจายทางอินเตอร์เน็ต  และจากไฟล์ที่เราได้ดาวน์โหลดมา
– Worms  มักแพร่กระจายกับสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆและเครือข่ายคอมพิวเตอร์  สามารถกระจายได้รวดเร็วมาก
ปัจจุบันไวรัสมีหลายสายพันธุ์และมีการทำงานที่แตกต่างกันอาจจะมีการแบ่งประเภทได้มากกว่าข้างต้น

อาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส
อาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ่งบอกได้ว่าติดไวรัสแต่อาจจะเป็นอาการของความผิดปกติอย่างอื่นก็ได้ที่ไม่ใช่ไวรัส  อาจจะเกิดความผิดพลาดของระบบเองแต่อาการที่มัดจะเกิดจากไวรัสคือดังนี้
1. คอมพิวเตอร์ทำงานได้ช้ามากอย่างเห็นได้ชัดโดยที่ไม่รู้สาเหตุ
2. โปรแกรมที่ใช้งานมักมีการแจ้งว่าทำงานผิดพลาด  หรือไม่ก็โปรแกรมใช้งานไม่ได้เลย
3. เปิดโปรแกรมและการทำงานได้ช้ากว่าปกติ
4. ไฟล์งานหายหรือมีไฟล์อื่นๆที่ชื่อแลปกๆมาเพิ่ม
5. ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก
6. คอมพิวเตอร์ข้างบ่อยและเกิดไม่ได้เลย
7. มีเสียงแปลกๆ  มีเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาของไวรัส
สำหรับแหล่งที่มาของไวรัสนั้นมีมากมายในปัจจุบันทำให้ป้องกันได้ยาก  เพราะมีการเชื่อมต่อการสื่อสารได้หลายชนิด  การแพร่กระจายจึงทำได้ง่าย  และสร้างความเสียหายได้ง่ายเช่นกัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแหล่งของไวรัสดังนี้
1. สื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นแผ่น CD/DVD  แฟรชไดร์  Memory ชนิดต่างๆ  และอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายโอนได้
2. จากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเว็บที่มีไวรัส  สามารถที่จะติดได้โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ  หรือการคลิกที่ลิงค์เชื่อมโยงไปยังไวรัส
3. จากการดาวน์โหลด  ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแจกฟรี  หรือว่าโปรแกรมเถื่อนอาจจะมีไวรัสแฝงมากก็ได้
4. จากอีเมล์  มีการแผงที่อีเมล์  และหากเราเปิดเมล์ก็อาจจะติดได้  โดยปกติผู้ให้บริการอีเมล์ฟรีอย่าง Gmail  Outlook จะมีระบบการป้องกันไวรัสเบื้องต้นอยู่
5. ระบบเครือข่าย  อาจจะติดต่อโดยไม่รู้ตัวเพียงแต่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายก็สามารถติดต่อกันได้ล่ะ

การป้องกันไวรัส
ไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันไวรัสได้ 100% แต่เราต้องใช้หลายๆ  วิธีในการป้องกันให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือ
1. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส  โดยทั่วไปจะมีทั้งฟรีและเสียเงิน  ทดลองการใช้งาน  หากเสียตังค์ก็สามารถที่จะใช้งานได้ตามฟังก์ชั่นของราคา  หรือมีระบบป้องกันไวรัสและการโจมตีในรูปแบบอื่นๆจากระบบเครือข่าย
2. ไม่เข้าเว็บที่เป็นอันตรายหรือว่าไม่มั่นใจ  ส่วนมากมักจะเป็นเว็บเกี่ยวกับ 18+  ทั้งหลายหรือว่าเว็บสายดำอื่นๆ
3. ไม่ดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นอันตราย  ไฟล์ที่ไม่รับรองความปลอดภัย  และเว็บไม่น่าเชื่อถือหรือเป็นโปรแกรมเถื่อน
4. ไม่เปิดอีเมล์ที่แปลกๆ
5. มั่นอัพเดท  ข้อมูลไวรัสของโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ  เพราะจะทำให้โปแกรมไวรัสรู้จักข้อมูลเพิ่มมากขึ้น
6. สำรองข้อมูลที่สำคัญ  เอาไวในที่ปลอดภัย  หากข้อมูลก็ทำให้เรายังเหลือข้อมูลที่สำรองไว้อยู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*